ส่วนแนวคิดการปฎิรูป พบว่า ประชาชนเห็นด้วยในระดับมากกับประเด็นการปรับปรุงสถานีตำรวจเน้นการดำเนินการเชิงป้องกันอาชญากรรมและแบ่งขนาดสถานีตำรวจใหม่ให้จัดโรงพักเป็นแบบ “one-stop service” มีคะแนนเฉลี่ย 3.57 คะแนน (จากคะแนนเต็ม 5 คะแนน) รองลงมา เป็นประเด็นด้านวิชาการให้พนักงานสอบสวน มีความเชี่ยวชาญเฉพาะด้าน เพื่อให้เป็นมาตรฐานเดียวกันทั่วประเทศ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.52 คะแนน
ส่วนประเด็นที่ประชาชนเห็นด้วยในระดับปานกลาง เรียงลำดับค่าเฉลี่ยความคิดเห็น ได้แก่ ประเด็นฐานเงินเดือนของตำรวจควรจะเทียบเท่าบุคลากรในกระบวนการยุติธรรม มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.43 คะแนน ประเด็นการตั้งหน่วยงานสอบสวนส่วนกลางและให้มีความเป็นอิสระ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.40 คะแนน ประเด็นจัดให้มีหน่วยงานอิสระในการรับเรื่องราวร้องทุกข์จากการปฏิบัติงานของตำรวจ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.28 คะแนน
ประเด็นให้ประชาชนมีส่วนร่วมในการกำหนดนโยบายตำรวจ ทั้งในระดับชาติ ระดับภาค ระดับจังหวัดและระดับสถานีตำรวจภูธร มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.27 คะแนน ประเด็นให้ตำรวจขึ้นตรงกับการบริหารงานระดับจังหวัด มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.25 คะแนน ประเด็นการโอนย้ายภารกิจที่ไม่ใช่ภารกิจหลักไปให้หน่วยงานอื่น เช่น ตำรวจท่องเที่ยว ตำรวจป่าไม้ ตำรวจน้ำ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.22 คะแนน ประเด็นให้ผู้ว่าราชการจังหวัดเป็นคนแต่งตั้งตำรวจชั้นประทวนถึงผู้กำกับ มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.15 คะแนน และประเด็นการกระจายอำนาจไปสู่หน่วยงานระดับรอง มีคะแนนเฉลี่ยเท่ากับ 3.08 คะแนน ตามลำดับ

โดยสรุป ประชาชนส่วนใหญ่ร้อยละ 61.10 คาดผลลัพธ์จากการปฏิรูปตำรวจผลการปฏิบัติงานของตำรวจยังคงเหมือนเดิม รวมทั้งเห็นว่าภายหลังการปฏิรูป ประชาชนจะได้รับประโยชน์เพียงร้อยละ 50.30 เท่านั้น