G-SPECIAL

พระบารมีปกเกล้า คลองภูมินาถดำริ ในหลวงรัชกาลที่ 9 พระราชทานชื่อคลอง ร.1

เมื่อ: 15:42 น. 12 ต.ค. 61   25781 ครั้ง

นับเป็นพระมหากรุณาธิคุณสูงสุดอีกครั้งหนึ่งสำหรับพสกนิกรชาวจังหวัดสงขลา นอกเหนือจากโครงการอันเนื่องมาจากพระราชดำริของในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ให้มีการขุดคลอง ร.1 และคลองสาขาตามโครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ และพระองค์ยังทรงพระราชทานชื่อคลองแห่งนี้ว่า "คลองภูมินาถดำริ" มีความหมายคือ คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริขุดขึ้น 

13.jpg

หากพูดถึงหาดใหญ่ในความทรงจำของหลายๆ คนเชื่อว่าสถานการณ์น้ำท่วมเป็นอีกหนึ่งความทรงจำที่ไม่อาจลืมเลือนได้ โดยเฉพาะในปี พ.ศ.2531 และ 2543 เรียกว่าเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดก็ว่าได้ หลายปีที่ผ่านมาเมืองหาดใหญ่ก็ยังคงเผชิญกับฝนตกหนักมากบ้าง น้อยบ้าง แต่ที่หาดใหญ่ไม่ต้องเผชิญกับมหาอุทกภัยเหมือนที่ผ่านมาด้วยเพราะบารมีในหลวงรัชกาลที่ 9 ที่ทรงพระราชทาน "โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ"

เมื่อปี 2531 พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้มีพระราชดำรัส เนื่องจากในเดือนพฤศจิกายนมีฝนตกหนักติดต่อกันหลายวัน ทำให้เกิดอุทกภัย สร้างความเสียหายแก่พื้นที่เพาะปลูก บ้านเรือน ตลอดจนชีวิตและทรัพย์สิน คิดเป็นมูลค่าความเสียหาย ประมาณ 4,000 ล้านบาท ดังนี้

“การแก้ไขและบรรเทาอุทกภัยด้วยวิธีการสร้างอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ที่คลองอู่ตะเภาหรือตามลำน้ำสาขา เพื่อสกัดกั้นน้ำจำนวนมากไม่ให้ไหลมายังเมืองหาดใหญ่นั้น คงไม่สามารถดำเนินการได้ เพราะไม่มีทำเลที่เหมาะสมในการก่อสร้างอ่างเก็บน้ำที่มีขนาดใหญ่ดังกล่าวได้เลย 

ดังนั้น การแก้ไขและบรรเทาน้ำท่วมที่ควรพิจารณาดำเนินการ น่าจะได้แก่การขุดคลองระบายน้ำขนาดใหญ่ ให้ทำหน้าที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภา หรือช่วยรับน้ำที่ไหลลงมาท่วมตัวอำเภอหาดใหญ่ให้ระบายลงสู่ทะเลสาบสงขลาโดยเร็ว 

นอกจากนั้น หากต้องการที่จะป้องกันน้ำท่วมพื้นที่ชุมชนและพื้นที่ธุรกิจให้ได้ผลโดยสมบูรณ์แล้ว หลังจากที่ก่อสร้างคลองระบายน้ำเสร็จ ก็ควรพิจารณาสร้างคันกั้นน้ำรอบบริเวณพื้นที่ดังกล่าว พร้อมกับติดตั้งระบบสูบน้ำออกจากพื้นที่ไม่ให้ท่วมขังตามความจำเป็น ทั้งนี้ ให้พิจารณาร่วมกับระบบของผังเมือง ให้มีความสอดคล้องและได้รับประโยชน์ร่วมกันด้วย”  

จากพระราชดำรัสดังกล่าวจึงเป็นที่มาของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่  อันเนื่องมาจากพระราชดำริ  ในพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ซึ่งพระราชทาน เมื่อวันที่  24  ธันวาคม พ.ศ.2531 กรมชลประทานจึงได้สนองพระราชดำริ โดยการขุดลอกคลองธรรมชาติในปีพ.ศ.2532 จำนวน 4 สายเพื่อให้สามารถระบายน้ำเร็วขึ้น

ต่อมาในเดือนพฤศจิกายน พ.ศ.2543 ได้เกิดฝนตกหนักติดต่อกันหลายวันอีกครั้ง ทำให้คลองระบายน้ำธรรมชาติที่ขุดลอกไว้ไม่สามารถรองรับปริมาณน้ำได้จึงทำให้เกิดอุทกภัยบริเวณเทศบาลนครหาดใหญ่ และบริเวณใกล้เคียง สร้างความเสียหายประมาณ 18,000 ล้านบาท ประชาชนเสียชีวิต 30 คน นับเป็นมหาอุทกภัยครั้งใหญ่ที่สุดของจังหวัดสงขลา

พระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ทรงห่วงใยพสกนิกรผู้ประสบภัยจึงได้เน้นย้ำถึงพระราชดำรัสเมื่อปี 2531 แก่รัฐบาลและหน่วยงานที่เกี่ยวข้องอีกครั้ง คณะรัฐมนตรีจึงได้มีมติ เมื่อวันที่  19  ธันวาคม พ.ศ.2543 ให้ดำเนินการโครงการพัฒนาและฟื้นฟูพื้นที่ภาคใต้ที่ประสบอุทกภัย ในส่วนของโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริ ดำเนินการขุดคลองระบายน้ำเพิ่มจำนวน 7 สายดังนี้

16.jpg

1. ขุดคลองระบายน้ำ ร.1 เป็นคลองระบายน้ำสายหลักในการผันน้ำจากคลองอู่ตะเภาบริเวณบ้านหน้าควนลังอ้อมเมืองหาดใหญ่สู่ทะเลสาบสงขลาโดยตรง ความยาว 21.343  กม. สามารถระบายน้ำได้ 465 ลบ.ม./วินาที

2. ขุดคลองระบายน้ำ ร.3 เป็นคลองแบ่งน้ำเพื่อช่วยระบายน้ำจากคลองอู่ตะเภาตอนนอกเมืองหาดใหญ่ซึ่งช่วยบรรเทาอุทกภัยให้กับพื้นที่ริมฝั่งคลองอู่ตะเภาตอนล่าง ความยาว 8.200 กม.สามารถระบายน้ำได้  195  ลบ.ม./วินาที

3. ขุดคลองระบายน้ำ ร.4  เป็นคลองแบ่งน้ำจากคลองเตยตามเขตทางรถไฟ สายหาดใหญ่-สงขลา  และรับน้ำจากคลองระบายน้ำ ร.5  สู่ทะเลสาบสงขลา ผ่านทางคลองระบายน้ำ ร.3  ความยาว  6.920 กม. สามารถระบายน้ำได้  55 ลบ.ม./วินาที

4. ขุดคลองระบายน้ำ  ร.5 พร้อมอาคารประกอบ เป็นคลองระบายน้ำจากบริเวณสามแยกคอหงส์ออกทะเลสาบสงขลา  ผ่านคลองระบายน้ำ  ร.4  และ  ร.3 ตามลำดับ  ความยาว  2.660 กม.  สามารถระบายน้ำได้  30 ลบ.ม. /วินาที

5. ขุดคลองระบายน้ำ ร.6 เป็นคลองผันน้ำจากคลองเรียนและแก้มลิงของเทศบาลนครหาดใหญ่ไปลงคลองหวะ เพื่อระบายน้ำลงสู่ทะเลสาบสงขลาผ่านคลองระบายน้ำ ร.1ช่วยบรรเทาอุทกภัยพื้นที่ตอนล่างของคลองเรียน ความยาว  3.160  กม. สามารถระบายน้ำได้  50  ลบ.ม./วินาที 

หลายคนอาจมีข้อสงสัยว่าทำไมไม่มีคลองระบายน้ำ ร.2 สำหรับคลอง ร.2 เป็นการขุดลอกคลองและระบบระบายน้ำในเขตเมืองหาดใหญ่ทั้งหมดจึงไม่มีคลองสายใหม่เกิดขึ้นเหมือนกับคลองสายอื่นๆ

สำหรับคลองระบายน้ำที่ 1 หรือคลอง ร.1 เป็นคลองสายหลักที่มีความสำคัญอย่างยิ่งในการป้องกันและบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่ เนื่องจากเป็นคลองที่แบ่งน้ำจากคลองอู่ตะเภาช่วงก่อนเข้าเมืองหาดใหญ่ เรียกได้ว่าเป็นทางด่วนของน้ำที่มาจากต้นคลองอู่ตะเภาในพื้นที่อำเภอสะเดา หาดใหญ่ตอนบน นาหม่อม และน้ำจากเขาคอหงส์บางส่วนให้ไหลลงสู่ทะเลสาบสงขลาอย่างรวดเร็วแทนการไหลผ่านคลองอู่ตะเภาเพียงอย่างเดียวเหมือนเช่นในอดีต

ในขณะนี้กรมชลประทาน ยังได้มีโครงการโครงการบรรเทาอุทกภัยอำเภอหาดใหญ่ (ระยะที่ 2) ในการขยายคลอง ร.1 เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพการระบายน้ำจากเดิม 465 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ให้ระบายน้ำได้ไม่น้อยกว่า 1,200 ลูกบาศก์เมตรต่อวินาที ลดระดับความเสียหายจากอุทกภัยช่วงฤดูฝนในพื้นที่เศรษฐกิจของอำเภอหาดใหญ่และพื้นที่ใกล้เคียง รวมถึงเป็นแหล่งเก็บกักน้ำสำรองในช่วงฤดูแล้ง 

16357192_715386601956526_1250320877_o.jpg

และนับเป็นพระมหากรุณาธิคุณอันสูงสุดอีกครั้ง เมื่อพระบาทสมเด็จพระปรมินทรมหาภูมิพลอดุลยเดช ได้ทรงพระราชทานชื่อคลองระบายน้ำที่ 1 ตามที่ทางกรมชลประทาน ได้นำความกราบบังคมทูลขอพระราชทานชื่อคลองเพื่อเป็นสิริมงคลแก่โครงการที่จะอำนวยประโยชน์แก่ประชาชนชาวไทยสืบไป

โดยสำนักราชเลขาธิการ ได้มีหนังสือตอบกลับมายังอธิบดีกรมชลประทาน ลงวันที่ 12 ตุลาคม 2559 ใจความสำคัญว่า "ตามที่ได้นำความกราบบังคมทูลพระกรุณาทราบฝ่าละอองธุลีพระบาทแล้ว ทรงพระกรุณาโปรดเกล้าฯ พระราชทานชื่อคลองระบายน้ำสายที่ 1 โครงการบรรเทาอุทกภัยเมืองหาดใหญ่อันเนื่องมาจากพระราชดำริว่า "คลองภูมินาถดำริ" มีความหมายคือ คลองระบายน้ำที่พระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัวทรงพระราชดำริขุดขึ้น" 

14.jpg

15.jpg

17.jpg

ด้วยสำนึกในพระมหากรุณาธิคุณเป็นล้นพ้นอันหาที่สุดมิได้
ด้วยเกล้าด้วยกระหม่อม ขอเดชะ

 

 
เมื่อ: 15:42 น. 12 ต.ค. 61   25781 ครั้ง

คุณอาจสนใจข่าวนี้ :

๑๔ พฤศจิกายน วันพระบิดาแห่งฝนหลวง
นายกฯ ชวนคนไทยใส่เสื้อเหลือง ร่วมทำความดีเนื่องในวันคล้ายวันสวรรคตในหลวง ร.9
แจ้งเปลี่ยนช่องการจราจรสะพานเมตตา ปิดการเดินทางขาออกอาจทำรถติดในชั่วโมงเร่งด่วน
ปิดสะพานเมตตาให้เดินฝั่งเดียว เพื่อขยายคลองคลองภูมินาถดำริ
ข่าวล่าสุด
โอเดียนมอบรางวัลและช้อปปิ้งฟรี รายการ Odean Happy Sale 2019
เมื่อ: 17:08ประชาสัมพันธ์
เหตุเกิดที่รัตภูมิ ลุงวัย61 คนดูแลบ้านโดนสุนัขรุมกัดเสียชีวิต
เมื่อ: 16:30Gimyong Style
พระสงฆ์ในจะนะ ยังคงปฏิบัติตามกิจของสงฆ์อย่างปกติ ด้านเจ้าหน้าที่คุมเข้ม ดูแลความปลอดภัย
เมื่อ: 16:09ข่าวสารบ้านเรา
คณะศิลปกรรมฯ มรภ.สงขลา เตรียมจัดคอนเสิร์ตมหัศจรรย์แห่งเสียง
เมื่อ: 15:57รอบรั้วการศึกษา

  1. จ่อยิงหม้ายสาวลูก 2 ข้างโรงเรียนดังสาหัส เหตุแค้นใจที่ถูกบอกเลิกหลังคบหากันมาเกือบ 4ปี
    47309 ครั้ง
  2. ชายคลั่งยา พยายามโดดตึก ตำรวจหาดใหญ่ช่วยไว้ทันด้วยไม้สามง่าม
    12985 ครั้ง
  3. สลดสองสาวขับจยย.ชนท้ายรถพ่วงที่จอดข้างทางเพราะขนส่งเรียกตรวจดับคาที่1 สาหัส1
    7049 ครั้ง
  4. รับปีใหม่ เตือนชาวใต้พร้อมรับมือพายุโซนร้อนปาบึก คาดทำฝนตกหนักช่วง 3-5 ม.ค.
    6392 ครั้ง
  5. รัตภูมิ จยย.ถูกชนพังยับดับสยอง 3ศพพ่อแม่ลูก ส่วนรถที่ชนหลบหนี
    6081 ครั้ง
  6. ฝากขังผลัดแรกมือยิงหม้ายสาวลูก2 เจอ 3ข้อหาหนักไร้ญาติยื่นประกันตัว
    5051 ครั้ง
  7. จะนะ อส.หึงโหดยิ่งหม้ายสาวดับคาบ้าน คาดเหตุแค้นที่ฝ่ายหญิงขอเลิกเพราะฝ่ายชายมีเมียอยู่แล้ว
    4659 ครั้ง
  8. เปิดโซเชียลชายหนุ่มที่ยิงแฟนสาวดับแค้นที่บอกเลิก พบมีการโพสต์สัญญาณบอกเหตุข้อความอาฆาตแค้น
    3717 ครั้ง
  9. น้องกีต้า เด็กหาดใหญ่ เก่งไกลไปสหรัฐอเมริกา มิติใหม่ ไอดอลเด็กใต้เก่งอังกฤษกล้าแสดงออก
    3621 ครั้ง
  10. 16 มกราคม วันครู เมเจอร์จัดกิจกรรม Major TEACHER’S Day 2019 ให้ครูดูหนังฟรี
    3555 ครั้ง
  1. โอเดียนมอบรางวัลและช้อปปิ้งฟรี รายการ Odean Happy Sale 2019
    0 ครั้ง
  2. เหตุเกิดที่รัตภูมิ ลุงวัย61 คนดูแลบ้านโดนสุนัขรุมกัดเสียชีวิต
    0 ครั้ง
  3. พระสงฆ์ในจะนะ ยังคงปฏิบัติตามกิจของสงฆ์อย่างปกติ ด้านเจ้าหน้าที่คุมเข้ม ดูแลความปลอดภัย
    0 ครั้ง
  4. คณะศิลปกรรมฯ มรภ.สงขลา เตรียมจัดคอนเสิร์ตมหัศจรรย์แห่งเสียง
    0 ครั้ง
  5. 36 โรงเรียนคุณภาพ 36 ตำบล สตูลไม่ทิ้งใครไว้ข้างหลัง
    0 ครั้ง
  6. ม.อ.ตรัง สอบสัมภาษณ์นักเรียนเข้าศึกษา โครงการรับนักเรียนเรียนดี – ส่งเสริมผู้มีคุณธรรมฯ
    0 ครั้ง
  7. มทร.ศรีวิชัย พิธีวันสถาปนามหาวิทยาลัยครบรอบ 14 ปี
    0 ครั้ง
  8. ผู้ว่าฯ กำชับการก่อสร้างหอดูดาวสงขลา ให้ดำเนินงานเสร็จทันตามกรอบเวลาที่กำหนด
    0 ครั้ง
  9. จนท.ยังคงเร่งไล่ล่าผู้ต้องหาชาวเมียนมาที่สะเดาะกุญแจแหกห้องขังสภ.บางกล่ำ แต่ยังคงไร้วี่แวว
    0 ครั้ง
  10. เกาะกลางถนนช่วงหาดใหญ่ในต้นไม้หายไปไหนหมดแล้ว
    0 ครั้ง