Gimyong Logo

แหล่งข่าวสารและบทความสำหรับชาวหาดใหญ่-สงขลา

© 2005 - 2026 เว็บกิมหยง • สงวนลิขสิทธิ์
บันทึกการเปลี่ยนแปลงv20.61นโยบายความเป็นส่วนตัว
Gimyong Logo
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ
หน้าแรกเว็บบอร์ดกิจกรรมหางานข่าวสาร
เข้าสู่ระบบ

ชาวออมทรัพย์คลองเปียะ รวมตัวขึ้นกรุงยื่นหนังสือถึงนายกฯ ทวงเงินคืกว่า 100 ล้าน

รายงานพิเศษ
18 เม.ย. 2559

ชาวคลองเปียะรวมตัวขึ้นกรุงยื่นหนังสือถึงนายกฯ ตรวจสอบ และทวงเงินคืนกว่า 100 ล้าน หลังถูกคณะกรรมการกลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ ซึ่งเป็นต้นแบบของกลุ่มออมทรัพย์ทั่วประเทศ ยักยอกเงินจนล่มไม่เป็นท่า


44.jpg

เมื่อเวลาประมาณ 03.30 น. วันที่ 17 เม.ย. 59 ตัวแทนชาวบ้านที่เป็นสมาชิกของกลุ่มออมทรัพย์เพื่อสวัสดิการและการผลิตตำบลคลองเปียะ หรือ กลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ อ.จะนะ จ.สงขลา จำนวนกว่า 30 คน ได้รวมตัวกันออกเดินทางไปยังกรุงเทพมหานคร เพื่อยื่นหนังสือร้องเรียนต่อ พล.อ.ประยุทธ์ จันทร์โอชา นายกรัฐมนตรี และหัวหน้าคณะรักษาความสงบแห่งชาติ (คสช.) ให้เข้ามาช่วยตรวจสอบคณะกรรมการของกลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ ซึ่งมีอยู่ทั้งหมดกว่า 40 คน หลังไม่สามรถจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิก และพบปัญหาการยักยอกเงินไปกว่า 100 ล้านบาท ซึ่งเวลาล่วงเลยมา 1 ปี และไม่มีความคืบหน้าใดๆจากหน่วยงานภาครัฐ ซึ่งคาดว่าจะเดินทางถึงกรุงเทพฯในช่วงเช้าของวันจันทร์นี้

นางเสาวคนธ์ บุญแก้ว ตัวแทนชาวบ้าน เผยว่า กลุ่มออมทรัพย์ตำบลคบองเปียะได้เริ่มก่อตั้งขึ้นเมื่อปี 2523 โดยมี นายอัมพร ด้วงปาน เป็นประธาน โดยมีสมาชิกก่อตั้ง 30 คน และยึดหลักคุณธรรม 5 ประการ ในการบริหารจัดการ คือ ซื้อสัตย์ เสียสละ รับผิดชอบ เห็นอกเห็นใจ และไว้ใจ จนเป็นที่ยอมรับและไว้ใจของชาวบ้าน ซึ่งปัจจุบัน นายอัมพร ด้วงปาน ได้เกษียณอายุ และทำหน้าที่เป็นกรรมการที่ปรึกษา โดยมีการคัดเลือกให้ นายเฉลิม ทองพรม เป็นประธานคนใหม่ (ประธานคณะกรรมการกลาง) โดยมีสมาชิกรวมกว่า 8,000 คน ทั้งใน ต.คลองเปียะ 8 หมู่บ้าน ต.ป่าชิง 1 หมู่บ้าน และ ต.ทุ่งหวัง 1 หมู่บ้าน และมีเงินทุนหมุนเวียนในระบกว่า 300 ล้านบาท โดยมีการจ่ายเงินปันผลร้อยละ 10 เป็นการชักจูงใจ

ส่วนชนวนปัญหาเริ่มเกิดขึ้นใน มี.ค. 58 ซึ่งเป็นเดือนที่ทางกลุ่มออมทรัพย์จะต้องจ่ายเงินปันผลให้กับสมาชิกทุกคน แต่กลับมาสมาชิกในพื้นที่ ม.1 บ้านป่าพลู ต.คลองเปียะ จำนวนประมาณ 200 คน ไม่ได้รับเงินปันผล ชาวบ้านที่เป็นสมาชิกจึงได้มีการสอบถามไปยังประธานและคณะกรรมการประจำกลุ่มกลุ่มย่อยของหมู่บ้าน ซึ่งเป็นผู้ที่รับผิดชอบโดยตรง แต่ก็ไม่สามารถนำเงินปันผลมาจ่ายให้กับสมาชิกได้ รวมทั้งไม่มีคำชี้แจงถึงสาเหตุที่แน่ชัด ส่วนคณะกรรมการกลางก็ไม่มีการแสดงความรับผิดชอบใดๆ

จึงทำให้สมาชิกเกิดความไม่พอใจ และรวมตัวกันเพื่อลาออกจากการเป็นสมาชิก เพื่อเอาเงินที่ฝากกลับคืนทั้งหมด ซึ่งเมื่อชาวบ้านในหมู่บ้านอื่นๆ เมื่อทราบเรื่องความไม่โปร่งใสดังกล่าว จึงมีการทวงถามเงินฝากของตนไปยังคณะกรรมการกลุ่มย่อยประจำหมู่บ้าน และคณะกรรมการกลาง ก็พบว่ามีเงินฝากหายโดยไม่ทราบที่ไปรวมทั้งสิ้นกว่า 100 ล้านบาท เเละต้องหยุดการทำธุรกรรมทั้งฝากและถอนทุกประเภทในขณะนี้

นางเสาวคนธ์ เผยอีกว่า หลังเกิดปัญหาได้ขอความช่วยเหลือไปยังหน่อยงานภาครัฐ 3 หน่วย ทั้ง ศูนย์ดำรงธรรมจังหวัดสงขลา ตำรวจ สภ.ควนมีด และ กรมสอบสวนคดีพิเศษ หรือ ดีเอสไอ แต่ยังไม่มีความคืบหน้า โดยในส่วนของศูนย์ดำรงธรรมได้ส่งเรื่องมายังอำเภอจะนะให้พัฒนากรและปลัดอำเภอเข้ามาฟื้นฟู และตั้งคณะกรรมการชุดใหม่ขึ้นมาทำงานแทน แต่ชาวบ้านหมดความศรัทธา และไม่รู้ว่าจะเกิดปัญหาดังกล่าวอีกหรือไม่ ขณะที่ทางคดีที่ สภ.ควนมีด เจ้าหน้าที่ตำรวจที่ทำคดีได้ถูกโยกย้ายไปอยู่ที่ที่อื่น และไม่ได้มีการเรียกตัวกลับมา หรือแต่งตั้งคนใหม่ให้เข้ามาทำคดีแทน ส่วนดีเอสไอขณะนี้ยังไม่มีการตอบกลับมาว่าจะรับเรื่องราวความเดือดร้อนดังกล่าวเป็นคดีพิเศษหรือไม่

ด้าน นายกฤษฉาย คงทอง ตัวแทนชาวบ้านอีกราย กล่าวว่า อยากให้ทางรัฐบาลเข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน ทั้งในส่วนของการตรวจสอบบัญชี รวมทั้งทวงคืนเงินฝากของชาวบ้าน และนำตัวคณะกรรมการกลาง และ คณะกรรมการกลุ่มย่อย ที่ทำผิด และยักยอกเงินของชาวบ้านมาลงโทษ เนื่องจากวัตถุประสงค์ของชาวบ้าน ซึ่งส่วนใหญ่เป็นชาวสวนยางพาราและชาวนานั้น ต้องการออมเงินเอาไว้เป็นทุนการศึกษาสำหรับบุตรหลาน และเอาไว้ใช้จ่ายในยามแก่ชรา แต่กลับถูกกลุ่มคนที่กลุ่มอำนาจในระบบยักยอกเงินเอาไปใช้กันเอง และเอื้อประโยชน์ต่อพวกพ้อง

ทั้งนี้ กลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ ก็รับรูปแบบการออมมาจากกรมพัฒนาชุมชน ซึ่งได้คิดค้น และริเริ่มให้นำมาใช้ในปี 2517 เนื่องจากจากต้องการให้ประชาชนสามารถเข้าถึงแหล่งเงินทุน ซึ่งพื้นที่นำร่องและพื้นที่อื่นๆในหลายภูมิภาคทั่วประเทศ ส่วนใหญ่จะล้มละลายไม่เป็นท่าในระยะเวลาเพียงสั้นๆเท่านั้น เนื่องจากการบริหารงานที่ไม่โปร่งใส ไมเป็นธรรม และไม่สามารถตรวจสอบได้ อีกทั้งยังไม่สามารถจดทะเบียนได้ด้วย

แต่กลุ่มออมทรัพย์ตำบลคลองเปียะ กลับเป็นกลุ่มออมทรัพย์เดียวที่สามารถยืนหยัดมาได้อย่างยาวนานที่สุดกว่า 35 ปี และเป็นแบบอย่างให้กับกลุ่มออมทรัพย์อื่นๆทั่วประเทศมาศึกษาดูงาน ก็ถึงคราวล่มสลายไม่เป็นท่าจากการบริการที่ไม้เป็นธรรมดังกล่าวเช่นเดียวกัน จึงอยากให้ทางรัฐบาล ซึ่งเป็นที่พึ่งสุดท้าย ได้เข้ามาช่วยเหลือชาวบ้าน ก่อนที่เรื่องราวจะลุกลามใหญ่โต จนกลายเป็นปัญหาความร้าวฉาน และความแตกแยกของคนในชุมชนและสังคม


45.jpg
43.jpg
42.jpg


จับจริง ปรับจริง
Gimyong banner