ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศราวุธ เจ๊ะโส๊ะ คณะวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยี วิทยาเขตปัตตานี หัวหน้าโครงการวิจัยการเพาะเลี้ยงปลาพลวงชมพู กล่าวว่า ปลาพันธุ์ดังกล่าวเป็นปลาประจำถิ่นพบในแหล่งน้ำธรรมชาติในพื้นที่จังหวัดปัตตานี ยะลา และนราธิวาส เป็นปลาที่มีรสชาติดี ราคาในไทยกิโลกรัมละ 2,500 บาท แต่ที่ฮ่องกงราคาสูงถึงกิโลกรัมละ 8,000 บาท นับเป็นปลาที่มีราคาแพงที่สุดในภูมิภาคอาเซียน แต่นับวันยิ่งจะมีปริมาณลดลงด้วยสาเหตุจากการขยายตัวของชุมชน การทำลายแหล่งที่อยู่อาศัย การปนเปื้อนของสารเคมีที่ใช้ทางการเกษตร การทำประมงที่ผิดกฎหมาย และการจับลูกปลาเพื่อจำหน่ายในธุรกิจตลาดปลาสวยงาม ดังนั้น คณะผู้วิจัยจึงได้ศึกษาการเพาะอนุบาล เช่น การขยายพันธุ์โดยวิธีการฉีดฮอร์โมนกระตุ้นช่วยให้แม่ปลาตกไข่ พร้อมกับทำให้ลูกปลาที่ได้มีขนาดสม่ำเสมอกว่าลูกปลาที่เกิดจากการผสมกันเองตามธรรมชาติ และได้ลูกปลารุ่นเดียวกันจำนวนมาก ทำให้ง่ายต่อการนำไปอนุบาลต่อและสามารถประเมินปริมาณลูกปลาได้แม่นยำ โดยได้รับทุนสนับสนุนการวิจัยจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.)
[video-0]
“ ปลาชนิดนี้อาศัยอยู่ในน้ำสะอาด อุณหภูมิระหว่าง 22-25 องศาเซลเซียส และยังเป็นปลาที่อาศัยอยู่ตามธรรมชาติ หากจะนำมาเป็นปลาเลี้ยงเพื่อจำหน่ายจะต้องมีการปรับบ่อเลี้ยงปลาและการควบคุมอุณหภูมิที่เหมาะสม เพื่อให้ปลาในรุ่นต่อๆ ไป ปรับเปลี่ยนพฤติกรรมจากปลาที่เคยอยู่ตามธรรมชาติเป็นปลาเลี้ยง ซึ่งการร่วมมือกับนักวิจัยจากกรมประมงแล้ว จะต้องอาศัยความร่วมมือกับคณะต่างๆ ในมหาวิทยาลัยสงขลานครินทร์ เช่น คณะวิทยาศาสตร์และคณะวิศวกรรมศาสตร์ เป็นต้น” ผู้ช่วยศาสตราจารย์ ดร.ศราวุธ กล่าว










