1.พลังงานไฟฟ้าในภาคใต้ มีไม่เพียงพอจริงหรือไม่เพราะในมุมของผู้คัดค้านบอกว่ากำลังการผลิตไฟฟ้าในพื้นที่ภาคใต้ยังอีกเหลือเฟือไม่จำเป็นต้องสร้างโรงไฟฟ้าเพิ่มในขณะนี้
2.ผลกระทบด้านสิ่งแวดล้อม ควรมีการอธีบายถึงผลกระทบที่ชัดเจนกว่านี้ อาทิ
- การดูน้ำเข้าไปใช้ในกระบวนการผลิตและปล่อยออกมา น้ำที่ปล่อยมีสารปนเปื้อน มีอันตรายต่อสัตว์น้ำและระบบนิเวศหรือไม่
- ปล่องควันสูง 200 เมตร มีผลกระทบต่อสภาพอากาศหรือไม่
- สะพานที่ยื่นออกไปในทะเลเพื่อขนถ่ายถ่านหิน จะส่งผลกระทบต่อท้องทะเลหรือไม่
3.ชาวบ้านที่ได้รับผลกระทบต้องย้ายออกจากพื้นที่ได้รับการดูแลเยียาที่เหมาะสมหรือไม่ เขามีความพึงพอใจมากน้อยไหนกับการเยี่ยวยาที่ได้รับ

จากข้อกังวลดังกล่าว ภาคธุรกิจเล็งเห็นว่า มหาวิทยาลัยสงขลาครินทร์ (ม.อ.) เป็นศูนย์กลางทางความรู้ ศูนย์รวมนักวิชาการ และสามารถประสานกับสถาบันการศึกษาอื่นๆ ได้ จึงได้ยื่นหนังสือเพื่อให้ ม.อ.ช่วยหาข้อสรุปเหล่านี้ให้กระจ่าง โดยคาดว่าจะใช้เวลาประมาณ 3 เดือน หลังจากนั้นจะได้ประชุมร่วมกันเพื่อหาข้อสรุปที่ชัดเจนอีกครั้ง
เมื่อถามถึงความคิดเห็นส่วนตัว ประธานหอการค้าฯ บอกว่าการสร้างโรงไฟฟ้าคิดว่าเป็นสิ่งที่จำเป็น แต่จะใช้พลังงานแบบไหน ทำอย่างไรให้ชุมชนได้รับผลกระทบน้อยที่สุด และเกิดขึ้นโดยทุกภาคฝ่ายมีส่วนร่วม ลดความขัดแย้งให้ได้มากที่สุด เพราะการตัดสินใจในวันนี้จะมีผลกระทบไปถึง 20-30 ปีข้างหน้า เราจึงต้องคิดถึงคนรุ่นต่อไปด้วย


